กวนเกษียรสมุทร: ตอนปิ่นปักผมของพระศิวะ

ที่มา: http://shop.mocabangkok.com


สวัสดีค่าทุกๆคน^^  สำหรับบล็อกนี้จ๋าไม่ได้พาทุกคนมาชมสถานที่ท่องเที่ยวนะคะ แต่ว่าจะมานำเสนอเกร็ดความรู้เกี่ยวกับเรื่อง กวนเกษียรสมุทรและของวิเศษกันค่ะ  

โดยการทำการกวนเกษียรสมุทรนั้นจะทำให้เกิดของวิเศษขึ้นมากมาย เหล่าเทพและอสูรต่างเกิดความโลภ แม้พระนารายณ์และพระแม่ลักษมีจะเสนอให้ยุติก็ไม่เกิดผล จึงเกิด การกวนเกษียรสมุทร เป็นพิธีกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่เหล่าเทพและอสูรต่างมาร่วมทำเพื่อหวังของวิเศษในการกวน โดยเฉพาะอย่าง น้ำอมฤทธิ์ ที่จะทำให้ผู้ดื่มเป็นอมตะ และยังมีสิ่งอื่นๆอีกอย่าง
· พิษหะลาหัล
· ดวงจันทร์
· แก้วเกาสตุภะ
· ดอกบัวที่ผุดมาพร้อมพระแม่ลักษมี
· วารุณีซึ่งเป็นเทวีแห่งสุรา
· ช้างเผือกเอราวัณ
· ม้าอุจฉัยศรพ
· ต้นปาริชาติ
· โคสุรภี
· หริธนู
· สังข์
· เหล่านางอัปสร
· ธันวันตริผู้เป็นแพทย์สวรรค์
ซึ่งสิ่งที่ร้ายแรงที่สุดคือ พิษหะลาหัล หรือพิษร้ายที่พญาวาสุกรีพ่นออกมา จึงเป็นเหตุให้พระศิวะต้องช่วยดูดพิษไว้ไม่ให้เป็นภัยต่อโลก และการกวนเกษียรสมุทรนี้เกิดขึ้นที่ เขามันทระ ที่พระวิษณุยกให้เหล่าอสูรและเทวดาใช้เป็นไม้กวนและใช้พญาวาสุกรี พญานาคที่เป็นพาหนะของพระองค์เป็นเชือกกวน รวมทั้งโปรยสมุนไพรลงไปกวน  แล้วตกลงกันว่าฝ่ายเทวดาถือหางนาคส่วนฝ่ายอสูรถือหัวนาค  และเมื่อกวนไปเรื่อยๆปรากฏว่าเขามันทระเสียดสีพื้นโลก พระนารายณ์จึงกลัวโลกพัง จึงอวตารเป็นเต่ายักษ์ลงไปรองรับเขามันทระไว้
นอกจากนี้คำว่า กวนเกษียรสมุทร แปลว่าทะเลน้ำนม เป็นที่อยู่ของพระนารายณ์ อยู่ทางทิศตะวันออกของเขาพระสุเมรุ บ้างก็เชื่อว่าชื่อนี้มาจากลักษณะพื้นน้ำเป็นสีเงินยวงราวกับน้ำม เพราะได้รับรัศมีสีเงินยวงจากเขาพระสุเมรุมาทาบทับ บ้างก็เชื่อว่าเป็นทะเลน้ำนมจริงๆ ซึ่งในบทความนี้จะมานำเสนอเกร็ดความรู้ของวิเศษอย่าง ดวงจันทร์ ปิ่นปักผมของพระศิวะ


ตำนานปิ่นปักผมของพระศิวะ 


ที่มา: Photobucket.com

ที่มา: https://www.silpathai.net

ปิ่นพระศิวะ หมายถึง พระจันทร์ ซึ่งพระศิวะนำมาเสียบเป็นปิ่นปักผมบนพระเมาลีหรือมวยผมของพระองค์

ซึ่งครั้งหนึ่งบนสวรรค์ได้มีเหตุการณ์ที่พระจันทร์ได้ลักพาตัวนางดาราซึ่งเป็นชายาของพระพฤหัสบดีไปที่วิมานของตน พระพฤหัสบดีจึงติดตามขอคืน และเกิดการต่อสู้กับพระจันทร์ขึ้น พระพฤหัสแพ้จึงไปฟ้องพระพรหมให้บังคับให้พระจันทร์คืนนางดาราแก่ตน และลงโทษพระจันทร์ไม่ให้เข้าประชุมในเทวสภากับเหล่าเทพทั้งหลายอีกต่อไป และพระจันทร์จึงได้คืนนาง
ต่อมาพระศิวะหรือพระอิศวรทรงเมตตาจึงช่วยเหลือพระจันทร์โดยให้พระจันทร์เป็นเสี้ยวปิ่นประดับไว้ที่เมาลี จึงทำให้พระจันทร์มีโอกาสเข้าสภาด้วยทุกครั้ง และมีนามว่า ศิวเศขร แปลว่า ผู้เป็นปิ่นปักผมของพระศิวะหรือพระอิศวร ส่วนพระศิวะนั้นชื่อว่า จันทรเศขร แปลว่า ผู้มีพระจันทร์เป็นปิ่น และรูปปั้นหรือภาพวาดของพระศิวะจึงมีรูปพระจันทร์เสี้ยวประดับอยู่ที่พระเมาลี



 ประวัติความเป็นมาของพระศิวะ



ที่มา: https://kalyaneshwar.wordpress.com

พระศิวะทรงเป็นเทพเจ้าแห่งการทำลาย ในลัทธิไศวนิกายทรงเป็นปรมาตมันสูงสุด โดยพระศิวะนั้นมีหลายพระนาม แต่ที่รู้จักกันโดยทั่วไปคือ พระศิวะ แปลว่า พระผู้เป็นมงคล เป็นพระนามปกติเรียกกันในอินเดีย ส่วนพระอิศวร แปลว่า ผู้เป็นใหญ่ ซึ่งเป็นอีกชื่อหนึ่งที่คุ้นเคยในประเทศไทย มีพาหนะเป็นโคเผือกมีนามว่า อุศุภราช หรือเรียกอีกชื่อว่า โคนนทิ พระศิวะนั้นประทับอยู่ที่ยอดเขาไกรลาศ และพระองค์ทรงมีเอกอัครมเหสีคือ พระแม่อุมามหาเทวี หรือเรียกอีกชื่อว่า พระนางปาราวตี เป็นอิตถีเทพ ทั้งยังมีพระโอรสอีก 2 พระองค์ คือพระพิฆเนศวร์และพระขันทกุมาร


ลักษณะประจำตัวของพระศิวะ

        · มีชฎามกุฏ คือมุ่นมวยผมแบบฤๅษี แสดงถึงความเป็นนักบวช ทั้งนี้พระศิวะมีฐานะเป็นนักบวชเสมอ
      · พระเนตรที่สาม หมายถึงแห่งไฟบรรลัยกัลป์ หากลืมพระเนตรนี้เมื่อไหร่โลกจะถูกเผาทำลาย ซึ่งพระเนตรนี้จึงสื่อว่าพระองค์เป็นเทพแห่งการทำลายล้าง
      · จันทร์เสี้ยว  มักทัดอยู่บนมวยพระเกศาเสมอ โดยมีมาจากตำนานของพระจันทร์ที่ขอประทับอยู่บนเศียรของพระศิวะหลังจากถูกพระทักษะสาปให้เสื่อมแสง
      · ตรีศูล สามง่าม อาวุธประจำของพระศิวะ
      · บัณเฑาะว์ กลองสองหน้า บางครั้งเรียกว่า ฑมรุ สัญลักษณ์ประจำของพระศิวะ  
      · งู มักพันอยู่ที่พระศอของพระศิวะ เป็นสัญลักษณ์แห่งความตาย

การสร้างรูปสื่อแทนพระศิวะ 

มักมี 2 รูปแบบ คือ
1. ลึงค์ หรือ มุขลึงค์
    · คืออวัยวะเพศชายแทนการกำเนิด สื่อความหมายว่านอกจากพระศิวะจะเป็นผู้ทำลายแล้ว ก็ยังเป็นผู้สร้างหรือให้กำเนิดด้วย โดยปกติจะประดิษฐานโยนี ซึ่งหมายถึงอวัยวะเพศหญิงเป็นตัวแทนของพระอุมา พระชายาของพระองค์
    · เป็นสัญลักษณ์ในการบูชา มักประดิษฐานไว้ภายในครรภคฤหะ (ห้องกลางของเทวาลัย)
    · มุขลึงค์ คือลึงค์ที่มีพระพักตร์ของพระศิวะปรากฏอยู่ (มุข แปลว่า หน้า)
2. รูปมนุษย์ มี 2 รูปแบบคือ
    · แบบสงบ โดยอาจอยู่ในรูปของฤๅษี
    · แบบเต้นรำ ในภาคของ ศิวนาฏราช ผู้เป็นเจ้าแห่งการเต้นรำ   


ตัวอย่างงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับพระศิวะ


ที่มา: http://www.silpathai.net

ศิวนาฏราช
ศิวนาฏราชในที่นี้ คือ รูปเคารพพระศิวะพบในโบสถ์พราหมณ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งภาพนี้เป็นศิลปะของกลุ่มชนภาคใต้ อิทธิพลของศิลปะอินเดีย อายุราวกลางพุทธศตวรรษที่ 22-23 เป็นประติมากรรมสำริด แสดงจักรวาลของลัทธิไศวนิกายโดยวงโค้งรูปเกือกม้าที่มีเปลวไฟพวยพุ่งโดยรอบ บทบาทสัญลักษณ์ที่แสดงถึงหน้าของพระศิวะ เช่น กลองที่ทรงไว้ในพระหัตถ์ขวาหลังภาวะที่เป็นผู้รักษา พระหัตถ์ขวาหน้าอยู่ในท่าปางประทานอภัย เป็นต้น การเคลื่อนไหวทั้งหมดเกิดจากจังหวะนาฏลีลาของพระศิวะ ซึ่งท่านี้คือ ท่าภุชงคตราสิต เป็นหนึ่งใน 108 ท่าร่ายรำของพระศิวะ โดยมีสัญลักษณ์ของพระองค์สองอย่างประดับอยู่ คือ กปาละ และพระจันทร์เสี้ยว 


ที่มา: https://travel.thaiza.com

พระศิวะมหาเทพ  (Adiyogi Shiva)
ประติมากรรมพระศิวะมหาเทพนี้มีความสูงกว่า 34 เมตร ตั้งอยู่ในรัฐทมิฬนาฑู ณ ประเทศอินเดีย เป็นประติมากรรมพระศิวะขนาดครึ่งหน้าอกขึ้นไป ได้รับการยอมรับจากกินเนสส์เวิลด์เคคอร์ดว่าเป็น ประติมากรรมขนาดครึ่งหน้าอกที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นที่รู้จักในชื่อ “Adiyogi Shiva”  โดยคำว่า “Adiyogi” มีความหมายว่า โยคีคนแรก ซึ่งรูปปั้นพระศิวะนี้มีสีดำ ใบหน้าสลักอย่างชายรูปงาม มีเอกลักษณ์โดดเด่นของมหาเทพคือ งูเห่าที่คล้องพระศอ ปิ่นปักพระเกศารูปพระจันทร์เสี้ยว พระเนตรที่สามตั้งอยู่กลางหน้าผาก


ที่มา: https://writer.dek-d.com

เทวรูปพระศิวะ
รูปปั้นเทวรูปพระศิวะ ณ วัดพระศิวะใหญ่ (Shivo Shiva Temple) ในบังกาลอร์ ณ ประเทศอินเดีย โดยเทวรูปนี้ประกอบไปด้วยเอกลักษณ์เด่นของพระศิวะ คือ มวยผมปักปิ่นพระจันทร์ ห้อยคอด้วยงูเห่าและเมล็ดรุกรักษะ ถือตรีศูลกับกลองบันเฑาะว์ และจุดสำคัญคือ บนมวยผมพระศิวะจะมีพระแม่คงคาอยู่ ซึ่งเป็นชายาองค์ที่สองของพระศิวะ และพระแม่คงคาจะพ่นน้ำที่ถือว่าเป็นน้ำที่หล่อเลี้ยงแผ่นดินอินเดียโดยมวยผมพระศิวะจะเปรียบดั่งเขื่อนไม่ให้น้ำที่พระแม่คงคาประทานออกมามากมายจนล้นโลก


ที่มา: http://www.siamganesh.com

ภาพเขียนองค์พระพิฆเนศวร์กำลังประกอบพิธีบูชาศิวลึงค์พร้อมด้วยพระศิวะและพระแม่อุมาเทวี
โดยพระพิฆเนศวร์ เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ พระองค์ทรงเป็นเทพเจ้าผู้จงรักภักดีและกตัญญูต่อบิดามารดา จึงได้ประกอบพิธีศิวลึงค์ อันเป็นสัญลักษณ์ของพระศิวะผู้เป็นพระบิดา ซึ่งในภาพนี้เมื่อพระพิฆเนศวร์ได้ประกอบพิธีบูชาพระศิวะแล้ว องค์พระศิวะและพระแม่อุมาเทวีก็ได้เสด็จมาทรงประทานพรให้กับพระพิฆเนศวร์



และก็จบไปแล้วนะคะสำหรับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการกวนเกษียรสมุทรและของวิเศษอย่างปิ่นปักผมของพระศิวะ ขอบคุณทุกๆคนที่ติดตามอ่านบล็อกของจ๋าน้า^^











แหล่งข้อมูลอ้างอิง

เชษฐ์ ติงสัญชลี. (2560). ศิลปะอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. นนทบุรี: มิวเซียมเพรส.

สำนักงานราชบัณฑิตสภา. (2554). ปิ่นพระศิวะ. สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2562, จาก http://www.royin.go.th

Author. (2558). เรื่องเล่าเกี่ยวกับพระจันทร์. สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2562, จาก https://www.silpathai.net

Ch3thailand. (2562). เปิดตำนาน กวนเกษียรสมุทร. สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2562, จาก https://www.ch3thailand.com

Swordman. (2559). นิยาย India-India ซุบซิบสะไภ้อินเดีย ตอนที่ 93: วัดพระศิวะใหญ่ (Shivoham Shiva Temple). สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2562, จาก https://writer.dek-d.com

Thaiza. (2562). สุดยอดประติมากรรม พระศิวะ มหาเทพ อันสง่างาม สูงกว่า 34 เมตร ที่ประเทศอินเดีย. สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2562, จาก https://travel.thaiza.com














                               

                                         

                                                                       




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

พระราชวังฤดูร้อนเบ๋าได่ (Bao Dai's Summer Palace): พระราชวังของจักรพรรดิ์องค์สุดท้ายแห่งเวียดนาม

วัดไชยมังคลาราม: วัดไทยอันเก่าแก่ที่สุดในปีนัง